เมื่อลูกรักล้มป่วย ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เธอตัดสินใจออกจากงานประจำในตำแหน่งพนักงานขาย ที่มีรายได้ราว 15,000-30,000 บาทต่อเดือน เพื่อมาอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ตอนนี้เธอไม่มีรายได้เข้ามาเลย มีเพียงแค่เงินเก็บทั้งชีวิตที่นำมารักษาน้องเท่านั้น
"ไม่มีใครพาเขาไปหาหมอ นอกจากคุณแม่เท่านั้น คือแม่จะพาน้องไปตลอด ทุกครั้งที่ทำงานอยู่ก็เหมือนกัน ถ้าหมอนัดน้อง ก็ต้องลางานทุกครั้ง ลาให้เขาหักเงินอ่ะค่ะ เพื่อที่จะพาน้องไปหาหมอทุกครั้ง ไม่เคยขาด ไปตลอด เพราะมีความรู้สึกว่าเราต้องให้ความสำคัญในการรักษาลูก เรามีความหวังว่าอยากจะให้ลูกหายเป็นเด็กปกติ
"สุดท้ายเราตัดสินใจออกจากงานค่ะ ขอเลือกทางนี้ก่อน เพราะว่าทำสองอย่างมันไม่ได้ ถึงจะต้องขาดรายได้ แต่ลูกเราต้องมาก่อน เราอยากอยู่กับลูกเรา"


ทุกๆ วัน เธอจะตื่นมาทำกายภาพบำบัดให้ น้องซันเดย์ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งลูกชายของเธอจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง พร้อมรับมือกับการฉายแสงจนครบกำหนด เมื่อถึงเวลานั้นแพทย์จะประเมินแนวทางในการรักษาต่อไป
บทบาทของคนเป็นแม่ แม้จะเหนื่อย, ท้อ, เสียใจแค่ไหน เธอก็ไม่อาจแสดงออกได้ เพราะในเมื่อลูกชายของเธอบอกกับแม่เสมอว่า จะสู้กับโรคร้ายนี้ เพื่อให้แม่ตามไปเชียร์ที่สนามบอลอีกครั้ง ผู้เป็นแม่เองก็พร้อมจะสู้ไปพร้อมกับน้อง
"มีหมอจิตวิทยาคนหนึ่งที่ได้คุยกับน้องช่วงที่รักษาตัว เขามาบอกกับแม่ว่า น้องยังมีความห่วงว่าแม่จะมีความลำบาก เขาห่วงว่าแม่จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา นั่นทำให้แม่เองคิดว่า ในเมื่อเขาพร้อมสู้เพื่อแม่ ทำไมแม่ถึงจะสู้เพื่อเขาไม่ได้"
"หมอบอกว่า ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ ส่วนจะกลับมาเดินได้ปกติหรือไม่ หมอบอกว่า น่าจะยากนะ แต่แม่ยังมีความเชื่อว่า หมอคงเข้าใจผิด แม่คิดว่าลูกเราเป็นคนดี เราสอนลูกมาดี สอนให้คิดดีทำดี สิ่งเหล่านี้จะคุ้มครองลูก และลูกเราจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิม"



12 สิงหาคม 2563 วันแม่ปีนี้ เธอไม่ต้องการของขวัญอื่นใด นอกจากขอให้ "น้องซันเดย์" ลูกชายสุดที่รัก หายจากโรคร้ายเท่านั้น หากสวรรค์ประทานของขวัญชิ้นนี้ให้ เธอคงจะพูดได้ว่า เป็นของขวัญที่ดีที่สุดและมีความสุขที่สุดที่เธอเคยได้รับในชีวิตนี้
"แม่จะพาหนูไปรักษาให้ถึงที่สุด เท่าที่แม่ทำได้ ถ้ามันไม่หายจริงๆ หนูก็ต้องยอมรับความจริง อาจจะเตะบอลไม่ได้เหมือนเดิม หนูก็ต้องยอมรับ แต่หนูก็ได้อยู่กับแม่แทน ไม่ต้องไปคาดหวังว่าหนูหายแล้วหนูจะกลับไปเตะบอล เอาตรงนี้ให้ดีที่สุด ทำให้น้องมีความหวังกับตรงนี้ ให้หายก่อน แล้วสิ่งอื่นๆ ก็ค่อยตามมาทีหลัง"
แม่ก็รักลูกเนอะ รักทุกวันเลย เป็นเพราะหนูเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเลยตั้งแต่เกิดมา มีกันอยู่สองคน แม่ก็ขอให้หนูหายนะ เป็นของขวัญให้แม่ในวันแม่นะ แม่ไม่ได้หวังอะไรมาก แม่หวังให้ลูกของแม่หายเหมือนเด็กปกติทั่วไป หายแล้วก็ค่อยกลับมาเตะบอลอีกครั้งนะลูก"



"น้องซันเดย์" ได้บอกกับคุณแม่ว่า "ผมจะสู้ครับ ผมจะต้องหาย ผมอยากกลับไปเตะบอลครับ" นั่นทำให้คุณแม่ของเธอยิ้มได้ และให้สัญญาจะอยู่เคียงข้างกับลูกชายตลอดไป
อุปสรรคไม่ว่าจะสาหัสเพียงใด แต่ความรักแท้ และความเชื่อที่ทั้งคู่มอบให้กันและกัน เชื่อว่าจะยังมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นหลังพายุแห่งความโหดร้าย ที่จะนำพาความสุขครั้งใหม่ กลับมาสู่ครอบครัว "ไกรวุฒิภคพงศ์"
****ทีมข่าวกีฬา ไทยรัฐสปอร์ต*****
-------------------------------------------------
***สำหรับผู้ที่พร้อมให้การช่วยเหลือ "น้องซันเดย์" สามารถช่วยเหลือได้ตามกำลังศรัทธา ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 415-0-51251-1 ชื่อบัญชี อัครวัฒน์ ไกรวุฒิภคพงศ์***
August 12, 2020 at 06:15AM
https://ift.tt/3gRYtIs
"กลับมาเตะบอลอีกครั้งนะลูก" หัวอกแม่ ถึง "น้องซันเดย์" ลูกชายป่วยมะเร็ง (คลิป) - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog
No comments:
Post a Comment