Pages

Showing posts with label ถึง. Show all posts
Showing posts with label ถึง. Show all posts

Monday, September 28, 2020

สัญญาณภาพถึง "บิ๊กตู่" - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

แต่ก็ยังห่างมากกับคะแนน “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้”

แถมย้อนกลับไปเทียบกับนิด้าโพลก่อนหน้าก็เป็น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ยึดแป้นแชมป์ ครั้นพอหัวหน้าทีมก้าวไกลโดนแบน “บิ๊กตู่” ก็ยังไม่สามารถทะยานขึ้นแท่นอันดับหนึ่งได้ แต้มตามมาอันดับสองในการสำรวจทั้ง 3 รอบ ภายใต้กรอบตัวเลือกเดิมๆ อารมณ์เหมือนคนไม่มีทางเลือก

ไฟต์บังคับ ต้องยอมรับสภาพตัวเลือก “หวยล็อก”

ตัวเลขนิด้าโพลมันสะท้อนประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความหวังกับผู้นำที่ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

หรืออีกนัยหนึ่ง ไม่ได้หวังในตัว พล.อ.ประยุทธ์กันแล้ว

ตามแนวโน้มสถานการณ์มันยิ่งกดทับภาวะ “ขาลง” ตอกย้ำต้นทุนหน้าตักของผู้นำรัฐบาล 3 ป. ที่กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธา ตกอยู่ในวงล้อมม็อบรวมพลไล่

โหรตรวจดวงชะตา ผู้สันทัดเกมอำนาจคาดไม่เกินเดือนพฤศจิกายน

ตั้งนาฬิกาทรายนับถอยหลังได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดสังเกตเกมอำนาจเมื่อใกล้จุดเปลี่ยน “ขุนคลัง” คนใหม่จะเป็นใคร ก็ไม่ได้กระตุ้นความมั่นใจนักลงทุน กระตุ้นบรรยากาศกระปรี้กระเปร่าให้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล

ด้วยมาตรฐาน “ก้ำกึ่ง” ทีมตึกไทยกับบ้านป่ารอยต่อฯ ความมั่นใจมันไม่เหลือแล้ว

นายกฯควานหามือบริหารอาชีพช่วยงานไม่ได้ คนดีไม่กล้าเอาเกียรติภูมิมาเสี่ยง

เรือเหล็กหมดสภาพไปต่อ ส่อแววม้วนเสื่อ

ขณะที่ความคึกคัก กระแสเกมอำนาจการเมืองตามท้องเรื่องที่กำลังเข้าโปรแกรมฉายใหม่

มุ่งเป้าโฟกัสไปที่ปรากฏการณ์ “หนึ่งภาพแทนล้านคำพูด”

ตัวละครสำคัญที่ไม่มีบทพูดอย่าง “หญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลายมาเป็นจุดสปอตไลต์ฉายส่อง

“นายหญิงแห่งจันทร์ส่องหล้า” กลับมาออร่าเปล่งประกาย

กระตุกคลื่นอำนาจประเทศไทย แรงจากฝั่งอ่าวไทยไปถึงฝั่งอันดามัน

อาการแบบที่บรรดา “นายหน้า” เกมอำนาจประเทศไทย “ตัวจี๊ด” อย่างนายไพศาล พืชมงคล กุนซือคู่บุญ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือนายสุวินัย ภรณวลัย นักวิชาการฝ่ายต้านชุมนุมนักศึกษา พากันนั่งไม่ติด เกาะติดสถานการณ์ด้วยอาการตื่นตาตื่นใจ

โดดเกาะกระแส โหนหมากเกมของนายหญิงจันทร์ส่องหล้ากันยกใหญ่

แม้แต่ “ตัวพ่อ” หัวขบวนต้านระบอบทักษิณอย่าง พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ยังต้องยอมยกนิ้วให้ “นายหญิง”

ขอขอบคุณคุณหญิงพจมานในความกล้าหาญครั้งนี้

แนวต้านระบอบทักษิณสะดุ้ง ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ “คดีพลิก”

แต่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งระบบก็คือภายในค่ายเพื่อไทย แบบที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ต้องไขก๊อกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ตามติดมาด้วยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรค เปิดทางล้างไพ่กรรมการบริหารกันใหม่

ท่ามกลางเสียงซุบซิบ จัดกำลังตามสายเจ๊แดง น้องปู เกลี่ยโพยเสียบรัฐมนตรี

รองรับเซอร์ไพรส์ รัฐบาล 2 พรรคใหญ่ “พลังประชารัฐ” กับ “เพื่อไทย”

ตามยุทธศาสตร์เกมอำนาจประเทศไทย แยก “แดง” ออกจาก “ส้ม”

ล้อไปกับการเอาฤกษ์เอาชัย ล่าสุดมีการเปลี่ยนสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยใหม่ จาก พท.ที่ไร้หัว เป็น พท.ที่มีหัวกลมใหญ่ สอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในพรรค

สอดรับกับ “คุณหญิงอ้อ” รับบทหัวขบวนเต็มตัว.

ทีมข่าวการเมือง

Let's block ads! (Why?)


September 29, 2020 at 05:15AM
https://ift.tt/346gUEn

สัญญาณภาพถึง "บิ๊กตู่" - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Saturday, September 26, 2020

ระดมสมอง! ปชช.ชี้ถึงเวลาหยุด'ความขัดแย้ง' แนะ'รัฐบาล'จริงใจรับฟังความคิดเห็น - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

gayakabar.blogspot.com

วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.52 น.

จากเหตุการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้มีท่าทีว่าจะยืดเยื้อต่อไป ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปมีความเป็นห่วงกังวลต่อปัญหาความขัดแย้ง เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้ระดมความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี “ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง” จำนวนทั้งสิ้น 1,263 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 23 - 25 กันยายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องช่วยกันหาทางออกของความขัดแย้ง

อันดับ 1

ถึงเวลาแล้ว

91.87%

อันดับ 2

ยังไม่ถึงเวลา

 8.13%

2. ทางออกของความขัดแย้ง ณ วันนี้ คือ

อันดับ 1

รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงใจ

88.44%

อันดับ 2

ไม่ใช้ความรุนแรง

87.57%

อันดับ 3

ไม่สองมาตรฐาน

82.03%

อันดับ 4

จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ

74.19%

อันดับ 5

ถอยคนละก้าว

69.36%

*หมายเหตุ   ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)

3.  ใคร ควรจะเป็นผู้นำในการหาทางออก

อันดับ 1

แกนนำ ตัวแทน ผู้นำกลุ่มต่าง ๆ          

27.40%

อันดับ 2

นายกรัฐมนตรี          

26.77%

อันดับ 3

ภาคประชาชน       

24.37%

อันดับ 4

ภาครัฐ      

12.81%

อันดับ 5

นักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่

  8.65%

4. ความคาดหวังของประชาชน ต่อ ความสำเร็จในการหาทางออก

อันดับ 1

น่าจะสำเร็จ

75.12%

อันดับ 2

น่าจะไม่สำเร็จ

24.88%

สรุปผลการสำรวจ : ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่องระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,263 คน สำรวจระหว่างวันที่ 23 - 25 กันยายน 2563 พบว่า 91.87% เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องช่วยกันหาทางออกของความขัดแย้ง โดยรัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ 88.44% ไม่ใช้ความรุนแรง 87.57% ไม่สองมาตรฐาน 82.03% คน/กลุ่มที่ควรเป็นผู้นำในการหาทางออก คือ แกนนำ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ 27.40% นายกฯ 26.77% ประชาชน 24.37% และเห็นว่าการหาทางออกครั้งนี้น่าจะสำเร็จ 75.12%

จากผลการสำรวจ ประชาชนเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งสามารถแก้ไขได้หากมีความจริงใจในการรับฟัง ปฏิบัติกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกพรรคด้วยมาตรฐานเดียวกัน ให้แกนนำ ตัวแทนทุกกลุ่มมาเจรจาหาทางออกร่วมกัน หากต้องการแก้ปัญหาจริงความขัดแย้งของชาติ ณ วันนี้ ต้องแก้ไขได้สำเร็จอย่างแน่นอน

โดย นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่องระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง พบว่าประชาชนต่างมีความเห็นเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่าถึงเวลาแล้วที่เราประชาชนคนไทยต้องช่วยกันหาทางออกความขัดแย้ง ซึ่งทางออกที่ควรดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ รัฐบาลต้องเปิดโอกาสรับฟังประชาชนและทุกภาคส่วนด้วยความจริงใจ ต้องไม่ใช้ความรุนแรงในการเข้าแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอันจะนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงเฉกเช่นช่วงพฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 ประการรองลงมาที่รัฐบาลควรดำเนินการคือ การปฏิบัติงานต่างๆ ต้องไม่ใช้วิธีการสองมาตรฐาน หากรัฐบาลมีการทำงานตามที่กล่าวมาทั้ง 2 ประการ ย่อมแสดงให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเห็นถึงความจริงใจ ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาลก็น่าที่จะนำไปสู่การลดปัญหาความขัดแย้งลงได้

ทั้งนี้ผู้ที่จะเป็นแนวร่วมในการช่วยกันหาทางออกควรจะเป็นแกนนำ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำประเทศ และขาดไม่ได้เลยในการช่วยกันหาทางออกในความขัดแย้งคือ “ประชาชน คนไทย ทุกคน” ที่ต่างต้องมองไปในทิศทางเดียวกันว่าประเทศไทยเป็นของชนชาวไทยทุกคน เราต้องร่วมกันฟันฝ่าหาทางออกครั้งนี้ให้สำเร็จโดยสันติวิธี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและงานวิจัย โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

Let's block ads! (Why?)


September 27, 2020 at 08:52AM
https://ift.tt/3j6k8xX

ระดมสมอง! ปชช.ชี้ถึงเวลาหยุด'ความขัดแย้ง' แนะ'รัฐบาล'จริงใจรับฟังความคิดเห็น - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

พยากรณ์อากาศวันนี้ เตือน 32 จังหวัดระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก - thebangkokinsight.com

gayakabar.blogspot.com

พยากรณ์อากาศวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง “กทม.” เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-29 กันยายน 2563 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่แนวร่องมรสุมปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

พยากรณ์อากาศวันนี้

พยากรณ์อากาศวันนี้ สำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคตะวันออก เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)


September 27, 2020 at 07:17AM
https://ift.tt/2S4oI3D

พยากรณ์อากาศวันนี้ เตือน 32 จังหวัดระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก - thebangkokinsight.com
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

อุตุฯ เตือน 27-29 ก.ย. ไทยฝนเพิ่ม ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง - โพสต์ทูเดย์

gayakabar.blogspot.com

อุตุฯ เตือน 27-29 ก.ย. ไทยฝนเพิ่ม ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

วันที่ 26 ก.ย. 2563 เวลา 06:04 น.

กรมอุตุฯ เผยวันนี้ไทยฝนน้อย กทม.ปริมณฑลตก30% เตือน 27-29 ก.ย. ฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 26 ก.ย. 2563 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนน้อยในระยะนี้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-29 กันยายน 2563 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่แนวร่องมรสุมปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน และตากอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนมขอนแก่น และนครราชสีมาอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ กาญจนบุรี และราชบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

Let's block ads! (Why?)


September 26, 2020 at 06:15AM
https://ift.tt/2Sd0mVL

อุตุฯ เตือน 27-29 ก.ย. ไทยฝนเพิ่ม ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง - โพสต์ทูเดย์
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Thursday, September 24, 2020

คอลัมน์การเมือง - ใกล้ถึง 33 ล้านแล้วจ้า - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

gayakabar.blogspot.com

แล้วในที่สุด “โควิด-19” ก็ได้กลายเป็น “มหากาพย์แห่งความตาย” และเป็น “ปีศาจร้ายในการคุกคามโฮโมซาเปี้ยน” ชนิดในวันนี้ยังไม่มีใครสามารถใช้ไม้หน้าสามตีกระหน่ำเพื่อหยุดความดุดันของ “ปีศาจไร้เงา” รายนี้ได้

โลกทั้งใบในวันนี้ ถูกมัจจุราชตัวจริงเล่นงานอย่างต่อเนื่องจนมีผู้ติดเชื้อ “ทะลุ 32 ล้าน” แล้ว และจะ “เพิ่มเป็น 33 ล้าน” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า


“ในขณะที่มีผู้ถูกเช็คบิลถึงแก่ความตาย น่าจะถึงล้านรายในวันนี้ ค่อนข้างชัวร์”

4 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อทะลุล้าน ได้แก่ “ประเทศอินทรีหัวขาว” ซึ่งผูกขาดการเป็นแชมป์อันดับหนึ่งมายาวนาน วันนี้มีผู้ติดเชื้อเกิน 7 ล้านอย่างรั้งไม่อยู่ แถมมี“จอมลุ้น” แอบลุ้นด้วยใจระทึก “คาวบอยชักปืนไว” จะติดเชื้อโควิด-19 ถึง 8 ล้านเมื่อใด?

ในขณะที่ “ชาวภารตะ” มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น9 หมื่นราย เกือบทุกวัน ทำให้มีผู้ติดเชื้อในวันนี้เกินกว่า5 ล้านราย และคงจะทะลุ 6 ล้าน ในอีก 4 วันข้างหน้า

หากการ “ติดเชื้อ” ของชาวภารตะยังเพิ่มแบบพายุเช่นนี้ “อิน-ตะ-ระ-เดีย” จะครองแชมป์ติดเชื้ออันดับ 1 แทนสหรัฐอเมริกาในเดือนหน้า โดยไม่ต้องลุ้น

สำหรับ “บราซิล” คงจะผูกขาดเป็นแชมป์อันดับ 3 อย่างถาวรโดยมีผู้ติดเชื้อจะครบ 5 ล้านภายในเดือนนี้

ส่วน “พี่หมีขาว” ติดเชื้อทะลุล้านหลายวันแล้ว และคงจะครองแชมป์อันดับ 4 ไปเรื่อยๆ

เหลียวมาดู “ประเทศไทย” ทั่วโลกต่างยกโป้ง“พี่ไทยป้องกันภัยได้เยี่ยมเป็นอันดับ 1” คู่กับประเทศไต้หวัน

เอาเถอะ แม้วันนี้คนไทย 70 ล้านคน จะค่อนข้างปลอดภัยไม่ตกเป็นเหยื่อของ “โควิด-19” แต่อย่าลืมว่า “แนวรบด้านตะวันตก” เมียนมากำลังติดเชื้อกันอย่างกระหน่ำ

ถ้าประเทศไทยไม่ป้องกันแนวรบด้านตะวันตกอย่างเข้มข้น เผลอปล่อยให้กองทัพโควิด-19 บุกทะลวงแนวป้องกันนี้ รับรองได้ “พี่ไทย” จะถูกเปลี่ยนกลายเป็น “พี่อ่วม”

กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

Let's block ads! (Why?)


September 25, 2020 at 02:00AM
https://ift.tt/33WoelQ

คอลัมน์การเมือง - ใกล้ถึง 33 ล้านแล้วจ้า - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Tuesday, September 22, 2020

เก็บให้ถึงบ้านอย่าไปทิ้งน้ำ กทม.บริการฟรีเก็บขยะใหญ่ - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

วันที่ 22 ก.ย.63 นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมร่วมกับทุกสำนักงานเขตจัดกิจกรรม “นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทิ้งสิ่งของเหลือใช้ โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ครอบคลุมทั่วพื้นที่ทั้ง 50 เขตโดยหมุนเวียนให้บริการในชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2558 เป็นต้นมา โดยสำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานที่รวบรวมและรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครรับทราบ

สำหรับผลการดำเนินกิจกรรม “นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่” ของสำนักงานเขตต่างๆ พบว่า เดือน ส.ค.63 มีปริมาณขยะชิ้นใหญ่จาก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯรวม 452.18 ตัน สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 159.27 ตัน คิดเป็นร้อยละ 35.22 ซึ่งเขตที่มีปริมาณขยะชิ้นใหญ่มากที่สุดคือ เขตจตุจักร (24.65 ตัน) เขตสะพานสูง (24.00 ตัน) และเขตหนองแขม (22.72 ตัน) ในส่วนของผลการดำเนินงานรวมตั้งแต่ ต.ค.62-ส.ค.63 มีปริมาณขยะที่เก็บได้ทั้งสิ้นจำนวน 4,194.58 ตัน เป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ได้จำนวน 1,252.46 ตัน คิดเป็นร้อยละ 29.85 โดยขยะชิ้นใหญ่ประเภทเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของต่างๆที่อยู่ในสภาพดีและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ จักรยาน กรุงเทพมหานครจะนำมารวบรวมที่ศูนย์การเรียนรู้ของเขต เพื่อซ่อมแซมแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ หรือนำไปดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ยางรถยนต์นำไปทำกระถางต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ กระถางต้นไม้นำไปทำคอกหมักปุ๋ย เป็นต้น

ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งในการลดการสร้างขยะในกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิด 3R (Reduce Reuse and Recycle : 3Rs) คือ ลดใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ และยังเป็นการลดปัญหาการทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำ คู คลอง ซึ่งจะสร้างปัญหากีดขวางทางระบายน้ำด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนนำขยะชิ้นใหญ่ที่ไม่ใช้แล้วมาตั้งวาง ณ จุดนัดทิ้ง ตามวัน เวลา และสถานที่ที่สำนักงานเขตกำหนด ทั้งนี้ 50 สำนักงานเขตจะจัดทำตารางนัดหมายจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และแจ้งให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ สำนักงานประชาสัมพันธ์ www.prbangkok.com, www.facebook.com/ prbangkok/, https://twitter.com/pr_bangkok, www.bkknowconnect.com/

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 23, 2020 at 09:01AM
https://ift.tt/3iWZobB

เก็บให้ถึงบ้านอย่าไปทิ้งน้ำ กทม.บริการฟรีเก็บขยะใหญ่ - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Monday, September 21, 2020

ถึงเวลาจับเข่าคุยกัน - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

ขอแสดงความชื่นชมยินดีที่การชุมนุมทางการเมืองยุติลง (อย่างน้อยก็ชั่วคราว) เป็นการชุมนุมที่เป็นไปตามลายลักษณ์อักษรของรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ที่ว่า “โดยสงบและปราศจากอาวุธ” เป็นการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ แต่ไม่ยืดเยื้อ ไม่มีการเดินขบวนไปยังจุดสำคัญๆ และไม่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

โดยปกติการชุมนุมทางการเมือง ครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร มักจะมีการปิดถนน ยึดสถานที่สำคัญ เช่น รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการ สนามบิน และศูนย์การค้า ส่วนใหญ่เป็นการชุมนุม “โดยไม่สงบ” และบางครั้ง “(ไม่) ปราศจากอาวุธ” และนำไปสู่ความรุนแรง จบลงด้วยชีวิต และขัดแย้งยิ่งขึ้น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ เนื่องจากทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาล ต่างพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ชุมนุมยืดเยื้อ ไม่ยึดสถานที่ ตามกลยุทธการชุมนุมแบบใหม่ และนายกรัฐมนตรีก็กำชับตำรวจไม่ให้รุนแรง แม้จะอยู่ในช่วงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ดูเหมือนจะไม่งัดออกมาใช้

ต้องถือว่าการชุมนุมของกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เมื่อวันที่ 19 ถึง 20 กันยายน เป็นไปด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย ในระดับหนึ่ง จึงขอเรียกร้องรัฐบาลให้เปิดเวที เพื่อจับเข่าคุยกับบรรดาแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อพูดคุยกันอย่างเปิดใจ ตรงไปตรงมา เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่เป็นไปได้

ข้อเรียกร้องที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกติกาสูงสุดในการปกครองประเทศ การปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนต้องอิงหลักรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันมากที่สุด แม้แต่ฝ่ายรัฐบาล

รัฐบาลยังไม่ได้แสดงความจริงใจ ความจริงจังให้ชัดเจน ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างพูดในสื่อ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในการแก้ไขหรือไม่แก้ไขประเด็นใด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่าย ส.ว. แม้แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมก็ยังไม่ชัดเจน ต้องการแก้ไขประเด็นใดบ้าง ต้องพูดคุยกันอย่างเปิดใจ ให้ได้ข้อสรุปที่ยอมรับ

การสลายการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนหลังจากการชุมนุมสองวันเป็นไปด้วยความสงบ และปราศจากอาวุธ เป็นสัญญาณที่ดี เป็นโอกาสที่จะปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตย คือการแก้ปัญหาการเมืองโดยสันติ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่เอะอะก็จะใช้กำลังหรืออำนาจ มิใช่วัฒนธรรมประชาธิปไตย.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 22, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/2EmxtCZ

ถึงเวลาจับเข่าคุยกัน - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Sunday, September 20, 2020

"หมุดคณะราษฎร 2563" อันตรธาน ไม่ถึง 24 ชม. หลังแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ทำพิธีฝังที่สนามหลวง - บีบีซีไทย

gayakabar.blogspot.com

หมุดคณะราษฎร 2563

"หมุดคณะราษฎร 2563" ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมทำพิธีฝังไว้ที่สนามหลวงระหว่างการชุมนุม "ทวงอำนาจคืนราษฎร" เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.) ถูกขุดรื้อหายไปแล้วโดยบุคคลไม่ทราบกลุ่ม

นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยหลังจากมีสื่อรายงานถึงการหายไปของหมุดคณะราษฎร 2563 วันนี้ (21 ก.ย.) ว่า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กทม."

ก่อนหน้านี้นายชาตรีให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่าสนามหลวงแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือ ครึ่งหนึ่งที่อยู่ทางด้านวัดพระแก้วเรียกว่าส่วน "พื้นที่สีเขียว" ที่เป็นสนามหญ้า ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นพื้นปูนหรือส่วน "พื้นที่แข็ง" ซึ่งส่วนนี้อยู่ในความดูแลของ กทม.

แม้ว่าหมุดของกลุ่มผู้ชุมนุมจะอยู่ในส่วนที่เป็นพื้นปูน แต่นายชาตรียืนยันว่าสำนักสิ่งแวดล้อมไม่เกี่ยวข้องกับการหาไปของหมุดคณะราษฎรที่ผู้ชุมนุมนำไปฝังไว้ พร้อมกับบอกว่านอกจากหน่วยงานของเขาแล้ว พื้นที่นี้ร่วมยังดูแลโดยหลายหน่วยงาน เช่น สำนักการโยธา กทม. และสำนักพระราชวัง

เว็บไซต์ข่าวสดรายงานเช้านี้ว่าหมุดคณะราษฎร 2563 ถูกรื้อถอนออกไป และมีปูนซีเมนต์เทปิดทับไว้ ปูนยังเปียกชื้นอยู่ ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ที่ประตูทางเข้าว่าจุดที่ปักหมุดอยู่ตรงไหน ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่รู้เพิ่งมาเปลี่ยนเวร

โปรดเปิดการใช้งาน JavaScript หรือบราวเซอร์ต่างออกไป เพื่ดูเนื้อหานี้

นายอานนท์ นำภา หนึ่งในผู้ร่วมทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎร 2563 บอกกับบีบีซีไทยหลังทราบข่าวว่าหมุดดังกล่าวหายไปว่า ทางแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม อยู่ระหว่างการเตรียมเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามในวันนี้ (21 ก.ย.) เพื่อให้ตำรวจดำเนินการหาตัวคนร้ายที่ขโมยหมุดไป

"ตอนที่ฝังลงไปก็ไม่คิดว่าจะมีใครขโมยหรอกครับ มันเป็นของทุกคน เป็นของสาธารณะ ถ้ามีคนมาทำลายเราก็แจ้งความ" นายอานนท์กล่าว

เขายังได้สื่อสารไปยังผู้อยู่เบื้องหลังการขุดหมุดคณะราษฎร 2563 ออกไปว่าขอให้ผู้กระทำผู้สั่งการได้รับผลตามคำสาปแช่งที่ระบุไว้ตอนพิธีกรรมฝังหมุด เมื่อเช้าวันที่ 20 ก.ย.

"เราได้สาปแช่งไว้แล้วว่าใครขโมยหมุดก็โดนไปตามนั้น"

หมุดคณะราษฎร 2563

แกนนำผู้ชุมนุมประกอบพิธีกรรม "ฝังหมุดคณะราษฎรครั้งที่ 2" ในเวลาย่ำรุ่งวานนี้โดยนำอุปกรณ์มาสกัดพื้นปูน และมีนายอรรถพล บัวพัฒน์ จากกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" รับหน้าที่เป็น "พ่อหมอ" นำการประกอบพิธีสวดมนต์ อันเชิญเหล่าเทพเทวดา ดวงวิญญาณคณะราษฎรและวีรชนประชาธิปไตยมาเป็นสักขีพยานให้กับชัยชนะของประชาชน

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวว่าเหตุที่เลือกฝังหมุดที่สนามหลวงเพราะในช่วงหลัง พื้นที่แห่งนี้ถูกปิดไม่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ อันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้อำนาจล้นเกิน พร้อมกับอธิบายถึงความหมายของการฝังหมุดว่า หมุดคณะราษฎรปี 2475 คือการเอาอำนาจออกจากสถาบันกษัตริย์ แต่ต่อมาอำนาจเหล่านั้นได้กลับไปอยู่ที่สถาบันกษัตริย์ การฝังหมุดคณะราษฎร 2563 จึงเป็นสัญลักษณ์ว่า อำนาจจะกลับมาที่ราษฎรอีกครั้ง

หมุดคณะราษฎร 2563

แกนนำผู้ชุมนุมระบุว่าหมุดนี้ทำมาจากทองเหลือง 100% มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 11.6 นิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาตรา 116 ของกฎหมายอาญาที่มักนำมาใช้ดำเนินคดีประชาชน และหนา 2.563 นิ้ว ตรงกับตัวเลขปี พ.ศ. 2563 บนหมุดมีลวดลายเป็นรูปชูสามนิ้ว จารึกข้อความว่า "ณ ที่นี้ผองราษฎรได้แสดงเจตนารมณ์ ประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่สมบัติของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง"

เมื่อฝังหมุดลงพื้นแล้ว แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้ร่วมกันแตะที่หมุดและกล่าวว่า "นี่คือการปักหมุดหมายแห่งชัยชนะของประชาชน ศักดินา จงพินาศ ทรราชจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ"

นอกจากนี้ยังได้กล่าวคำสาปแช่งผู้ที่รื้อถอนหมุดนี้ ทั้งผู้กระทำการและผู้สั่ง จงพบความวิบัติ เสื่อมยศ เสื่อมลาภ เสื่อมฐานันดร เสื่อมสรรเสริญและเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

Let's block ads! (Why?)


September 21, 2020 at 09:06AM
https://ift.tt/35OtXN8

"หมุดคณะราษฎร 2563" อันตรธาน ไม่ถึง 24 ชม. หลังแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ทำพิธีฝังที่สนามหลวง - บีบีซีไทย
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Saturday, September 19, 2020

มวลชนถึงหน้าศาลฎีกา เผชิญหน้าแนวกั้นตำรวจ ส่ง "รุ้ง" เจรจายื่นหนังสือ - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

ประมวลภาพ มวลชนเคลื่อนขบวนถึงหน้าศาลฎีกา เผชิญหน้าแนวกั้นตำรวจ ส่ง "รุ้ง" เป็นตัวแทนเจรจา เพื่อฝ่าแนวกั้นไปยื่นหนังสือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถแห่ของแกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เคลื่อนขบวนออกจากท้องสนามหลวงแล้ว โดยมีมวลชนเดินตามหลัง ขณะที่ด้านหน้ามีการ์ดที่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ในแถวหน้า ด้านรถบรรทุก

จากนั้นเวลา 08.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมายังแนวป้องกันของตำรวจด้านหน้าศาลฎีกา โดยมวลชนพยายามคุ้มกัน "รุ้ง ปนัสยา" เพื่อฝ่าแนวกั้น เพื่อไปยื่นหนังสือยังสำนักพระราชวัง โดยมี ผบช.น. เข้ามาเจรจากับรุ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเบื้องต้น มีรายงานว่า "รุ้ง ปนัสยา" จะขอเข้าไปยื่นหนังสือ โดยมีการ์ดทำหน้าที่เป็นแนวกั้น อยู่ทั้งหมด 4 ชั้น

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ประกาศบนรถแห่ว่า ต้องการให้องคมนตรี มารับหนังสือข้อเรียกร้อง พร้อมกับประกาศไม่ให้ผู้ชุมนุม หรือผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปคุ้มกัน หรือเข้าไปยังด้านหน้า เพื่อเลี่ยงการปะทะกับเจ้าหน้าที่

จากนั้นเวลา 08.45 น. เจ้าหน้าที่ทำการเปิดแนวกั้น เพื่อให้ "รุ้ง ปนัสยา" และตัวแทนอีกคนฝ่าแนวกั้นเข้าไป พร้อมกับทีมการ์ด และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง เข้าไปด้านในแนวกั้น เพื่อเป็นตัวแทนยื่นข้อเรียกร้อง 

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 20, 2020 at 08:46AM
https://ift.tt/2ZSXKjO

มวลชนถึงหน้าศาลฎีกา เผชิญหน้าแนวกั้นตำรวจ ส่ง "รุ้ง" เจรจายื่นหนังสือ - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

แล้วก็มาถึงวันนี้ - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

ไทม์ไลน์ที่วางกันเอาไว้นั้น ได้ระบุว่าเริ่มต้นที่ธรรมศาสตร์ 19 ก.ย.63 รุ่งขึ้นอีกวันเคลื่อนขบวนผ่านราชดำเนินไปสู่กองทัพบกไหลลื่นไปสู่ทำเนียบรัฐบาล

พูดกันว่านั่นเป็น “เป้าลวง” แต่เป้าจริงคือลานพระบรมรูปทรงม้า

พื้นที่ตรงนี้ให้คำตอบอะไร...เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์

ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการเชิงจิตวิทยา ฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะปลุกให้มาร่วมชุมนุมกันให้มากๆ

อีกฝ่ายเหนี่ยวรั้งถึงขั้นใช้ “โควิด-19” มาเป็นเงื่อนไข

ในเกมการเมืองระดับนี้ ต่างก็ช่วงชิงการนำ “อ่อนชนะแข็ง”-“แข็งชนะอ่อน” แล้วแต่สถานการณ์จะเป็นไป

เพราะทุกเหลี่ยมเกมล้วนต้องใช้สติปัญญามากกว่าอารมณ์ มิฉะนั้นโอกาสพลาดท่าเสียทีมีความเป็นไปได้สูง เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็น “เกมยาว” มากกว่า “ดาบเดียวจบ”...

ประเด็นที่จะทำให้ทิศทางการขับเคลื่อน ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาลคงจ้องจับการปราศรัย และการแสดงออกที่จะพาดพิงถึง “สถาบัน” มากน้อยแค่ไหน

อันเป็นจุดล่อแหลมที่จะทำให้เหตุบานปลายได้

เพราะลำพังโจมตีรัฐบาล ไล่นายกฯ แก้รัฐธรรมนูญนั้นคงมิอาจสั่นสะเทือนได้ ที่ว่าอย่างนี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่น

“ชินชา-ชาชิน” จนไม่รู้สึกอะไรแล้ว...

ว่าไปแล้วความขัดแย้งทางการเมือง ในครั้งนี้ถือว่าได้ยกระดับต่างไปจากทุกครั้ง ที่ผ่านมาเนื่องจากมีเป้าหมายที่สูงถึงขั้นต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ

อยู่ที่ว่าจะต้องหา “จุดกลาง” ซึ่งยอมรับกันได้

ถ้าไม่ยอมถอยคนละก้าว โอกาสที่จะฟาดฟันเลือดตกยางออก ก็คงเลี่ยงไม่ได้ นั่นเป็นสัจธรรมที่รู้กันดีอยู่แล้ว

การเปลี่ยนแปลงย่อมมีความสูญเสีย... กว่าจะถึงชัยชนะ

ที่ปฏิเสธไม่ได้ในสังคมประเทศก็คือ ความแตกแยกมีความชัดเจน เพราะมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน

จนกว่าจะถึง “จุดเดือด” เมื่อใดก็เมื่อนั้น!

กลุ่มผู้กุมอำนาจในปัจจุบันเองนั้นหากมองผิวเผินก็คิดว่าจะเป็น “เนื้อเดียว” กัน แต่ในวงอำนาจแล้วยังมีอะไรที่ล้ำลึกเกินกว่าที่จะคาดเดาได้

ที่คิดกันว่า “กองทัพ” คือปัจจัยชี้ขาด

แม้ในหมู่ทหารเองก็ตามหาใช่ว่าแค่ระดับยอดเป็นฝ่ายชี้นำที่เดินตามเส้นทางอย่างนั้นมาตลอด

อย่าลืมว่าทหารรุ่นใหม่ที่มีความคิดความอ่านทันโลกทันเหตุการณ์ย่อมมองเห็นความเป็นไปในทางการเมืองได้เป็นอย่างดี

“ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน”

คติเก่าๆที่เคยคิดกัน...มี “ถนอม-ประภาส” แต่ก็มี “กฤช” ขึ้นมาได้

แต่ในสังคมที่เปลี่ยนไปนั้นอะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่คนรุ่นเก่าไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงออกได้เพียงซุบซิบกันเท่านั้น

คนรุ่นใหม่กลับสร้างปรากฏการณ์อย่างที่ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกขัดอกขัดใจ

นั่นแหละคือโลกใหม่โลกที่เป็นจริง ซึ่งกำลังไล่ล่าสิ่งเก่าๆ

สำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านนั้นจะ “หนัก-เบา” แค่ไหน?...เท่านั้น!!!

“ลิขิต จงสกุล”

Let's block ads! (Why?)


September 20, 2020 at 05:15AM
https://ift.tt/2FIMBLG

แล้วก็มาถึงวันนี้ - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Friday, September 18, 2020

มวลชนเริ่มทยอยถึงหน้า ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมชุมนุม 19 ก.ย. - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

มวลชนจากต่างจังหวัด ทยอยเดินทางถึงหน้า ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมเสบียงอาหาร ร่วมชุมนุม 19 ก.ย. ขณะเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม รองรับการชุมนุม

วันที่ 19 ก.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. มวลชนจากต่างจังหวัด เดินทางมาถึงยังพื้นที่การชุมนุม หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมขนเสบียงอาหารมาด้วยจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ด้านข้าง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก ตำรวจนครบาล เตรียมพร้อมรถควบคุมฝูงชน รถฉีดน้ำ และรถขยายเสียง ในที่ตั้ง ส่วนในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 ตำรวจเตรียมแท่งแบริเออร์ขนาดใหญ่ และแท่งแบริเออร์พลาสติกสีส้มไว้ รองรับการชุมนุม

ส่วนที่บริเวณลานพระรูป ยังเปิดตามปกติ โดยมีรถสัญจรไปมาได้ และยังไม่มีการนำรั้ว หรือแท่งแบริเออร์ มาปิดกั้นบริเวณลานพระรูปแต่อย่างใด.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 09:16AM
https://ift.tt/32GM9q2

มวลชนเริ่มทยอยถึงหน้า ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมชุมนุม 19 ก.ย. - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

ทำไมคนรวย 13% ถึงผูกขาด "วัคซีนโควิด-19" ทั้งที่เผชิญหายนะทั้งโลก (คลิป) - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

คำตอบจะเป็นอย่างไร?...มาไล่เรียงกัน

แต่แน่นอนว่า ประโยคข้างต้นได้เพิ่มความกังวลให้กับประเทศอื่นๆ ที่เหลือเรียบร้อยแล้ว และอาจต้องถอยกลับไปอยู่ในจุดที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการเอาชนะโควิด-19 ด้วยตัวเองต่อไป

เอาล่ะ!...กลับมาว่ากันต่อกันที่ "การผูกขาดวัคซีนโควิด-19"

"ประเทศร่ำรวย" ที่ว่านั้น รู้ไหมว่ามีประชากรรวมกันคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 13% ของประชากรโลกทั้งหมดเท่านั้น!

แต่ 13% กลับ "ผูกขาด" การทำสัญญากับแคนดิเดตวัคซีนโควิด-19 มากกว่า 51% หรือปริมาณ 5,303 ล้านโดส เพียงพอต่อประชาชนแค่ 2,728 ล้านคนเท่านั้น

ที่มาที่ไปเกิดจากคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาของ "ออกซ์แฟม" (Oxfam) ที่ได้หยิบยก "ดีลธุรกิจ" ของบริษัทเภสัชกรรม (ยา) และผู้ผลิตวัคซีนต่างๆ ทั่วโลก มาวิเคราะห์และพบว่า ปัจจุบันมีแคนดิเดตวัคซีนเพียง 5 รายเท่านั้น ที่กำลังทดลองระยะที่ 3 คือ แอสทราเซเนกา (AstraZeneca), กามาเลยา (Gamaleya), โมเดอร์นา (Moderna) ไฟเซอร์ (Pfizer) และซิโนแวค (Sinovac) โดยมีกำลังการผลิตรวมกันอยู่ที่ 5,940 ล้านโดส จึงเป็นไปได้ว่า กำลังการผลิตวัคซีนไม่มีทางที่จะเพียงพอต่อความต้องการของคนทั้งโลก

และแม้ว่าสุดท้าย 5 แคนดินเดตโควิด-19 จะประสบความสำเร็จ แต่เกือบ 2 ใน 3 หรือ 61% ของประชากรโลก ก็จะไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนไปจนถึงอย่างน้อยปี 2565

จากการประเมินของ "ออกซ์แฟม" ทำให้พบว่า "ระบบป้องกันการผูกขาด" ได้พังทลายลงแล้ว และบริษัทยาต่างมุ่งไปสู่เส้นทางการสร้างกำไร พร้อมกับเชิดชู "ประเทศร่ำรวย"

และใช่! แม้แต่สถานการณ์ที่หายนะที่สุดของโลก การถูกเชื้อโรคร้ายโจมตี แต่อำนาจของ "เงิน" ก็บันดาลได้ทุกอย่าง

โดย "โมเดอร์นา" (Moderna) หนึ่งในผู้พัฒนาวัคซีน ที่ได้รับเงินจากการทำสัญญามากถึง 7.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีวัคซีนให้เลือกหลายราคาตั้งแต่ 374-499 บาทต่อโดส แต่ราคานี้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นๆ ราคาสูงถึง 1,090 บาทต่อโดส เรียกว่าไกลเกินเอื้อมสำหรับประชาชนในประเทศยากจน

นี่เป็นเพียง 1 ตัวอย่างของบริษัทยาที่ผลิตวัคซีนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน...

ทำให้ "ออกซ์แฟม" และองค์กรอื่นๆ ทั่วโลก รวมตัวส่งเสียงเรียกร้อง "วัคซีนประชาชน"

"วัคซีนประชาชน" คืออะไร?

"วัคซีนประชาชน" คือ วัคซีนที่ทุกคนเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยปราศจากค่าใช้จ่าย และยังแจกจ่ายอย่างยุติธรรมบนพื้นฐานของความจำเป็น

แต่ "วัคซีนประชาชน" จะเป็นไปได้ บริษัทยาทั้งหลายก็ต้องร่วมมือด้วย โดยการยินยอมให้นำ "วัคซีน" ไปผลิตได้ในวงกว้างและมีการแบ่งปันภูมิความรู้อย่างเสรีปราศจากสิทธิบัตร

เพราะหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป แทนที่จะป้องกันระบบผูกขาด ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เกิด "วัคซีนเก็งกำไร" ผ่าน "การประมูล" และประเทศที่จะได้ไปก็คือ กลุ่มกระเป๋าหนักที่ยกป้ายราคาสูงที่สุด!

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า "ดีลวัคซีน" ระหว่างประเทศก็ไม่มีความยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรที่มีกำลังมากพอในการดีลบริษัทหลายๆ แห่งในการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนได้ถึง 5 โดสต่อคน แตกต่างจากบังกลาเทศ ที่จัดหาได้เพียง 1 โดสต่อประชาชน 9 คน

แล้วประเทศพัฒนาแล้วที่แสนร่ำรวยที่ทำสัญญาดีลวัคซีน 5,303 ล้านโดส มีใครบ้าง? ก็ตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง/มาเก๊า, ญี่ปุ่น, สวิตเซอร์แลนด์ และอิสราเอล รวมถึงสหภาพยุโรป (อียู)

ส่วนที่กำลังทำสัญญา คือ อินเดีย, บังกลาเทศ, จีน, บราซิล, อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

โดยจากการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของกองทุนระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้เห็นชัดว่า ในปี 2563-2564 เศรษฐกิจทั่วโลกจะเสียหายรุนแรงถึง 373 ล้านล้านบาท ขณะที่ การประมาณการต้นทุนค่าใช้จ่ายการวิจัย ผลิต จัดซื้อ และแจกจ่ายวัคซีนให้ทุกคนบนโลก อาจอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท

คิดง่ายๆ ได้ว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดหา "วัคซีนโควิด-19" ให้กับทุกคนบนโลก คิดเป็นเพียง 0.59% ของต้นทุนค่าใช้จ่ายโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจทั่วโลกเท่านั้น

ดังนั้น คงจะดีกว่ามาร่วมกันทำให้เกิด วัคซีนประชาชน ที่มีต้นทุน 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อป้องกันสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลมูลค่ามากกว่าร้อยล้านล้านบาท.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวน่าสนใจ :

Let's block ads! (Why?)


September 19, 2020 at 05:30AM
https://ift.tt/3hM1Mkd

ทำไมคนรวย 13% ถึงผูกขาด "วัคซีนโควิด-19" ทั้งที่เผชิญหายนะทั้งโลก (คลิป) - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Tuesday, September 15, 2020

เก้าอี้รัฐมนตรีสะท้อนถึงการพัฒนาการเมืองไทย - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

ในยามที่ วิกฤติประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน มีกระแสข่าวปรากฏตามหน้าสื่อถึงการปรับ ครม.ในตำแหน่ง รมว.คลัง แทน ปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกไปเพราะเรื่องของสุขภาพ โดยคนใกล้ชิดยืนยันว่า ปรีดี ป่วยจริง ไปสแกนสมองพบจุดที่คาดว่าจะทำให้เกิด อาการเส้นเลือดตีบ ก็เลยชิงลาออกก่อนที่จะมีปัญหาใหญ่กับสุขภาพ ในอดีต สมัยรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน รองนายกฯเศรษฐกิจสมัยนั้นก็มีปัญหาสุขภาพทำนองเดียวกันนี้

ส่วนปัญหาสุขภาพของ ปรีดี เกิดจากอะไร จากภาวะความเครียดในการทำหน้าที่ รมว.คลัง ที่ต้องเจอกับ สารพัดปัญหา หรือ สารพัดนักการเมือง เป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ รมช.คลัง สันติ พร้อมพัฒน์ ที่ก่อนจะเข้ามารับหน้าที่นี้ ได้ยินว่ามีเงื่อนไขอยากจะขอ รมช.ที่มาจากคนนอก จะได้เข้าใจวิธีทำงานที่สอดคล้องกันบังเอิญว่า ฝ่ายการเมืองต่อรองกันไม่ลงตัว ผลเลยออกมาอย่างที่เห็น

วันนี้ที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เจอปัญหาที่คาดไม่ถึง ไม่มีการเตรียมรับมือเอาไว้ล่วงหน้า 2 เรื่อง พร้อมๆกัน คือ ปัญหาการชุมนุมทางการเมือง โดยนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

ที่เคยมองว่าเป็นเรื่องเด็กๆแต่วันนี้ไม่เด็กเสียแล้ว

ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ที่กระทบมาจาก การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่คาดมาก่อนว่าจะมีไวรัสชนิดนี้อุบัติขึ้นมา และไม่คิดด้วยซ้ำว่า ความรุนแรงของไวรัส จะสร้างความเสียหายไปทั่วโลกได้ขนาดนี้ ยิ่งกว่าสงครามนิวเคลียร์ ยิ่งกว่าสงครามเวียดนามหรือคาบสมุทรเกาหลีหลายเท่า ยิ่งกว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ

แค่รับมือก็ยากแล้ว การฟื้นฟูหลังโควิดยิ่งยากกว่า

ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องมารับมือกับ การกดดันของฝ่ายการเมือง ที่พยายามจะช่วงชิง กระทรวงพลังงาน ให้อยู่ในโควตาของ พรรคพลังประชารัฐ ให้ได้ เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะเป็นพรรคที่มีพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นพรรคที่ดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะทวงบุญคุณกันเมื่อไหร่ไม่รู้

นั่นก็อีกเรื่อง แต่การที่จะเสนอให้รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ มานั่ง รมว.คลัง เพื่อให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ย้ายจาก รมว.อุตสาหกรรมไปนั่ง รมว.พลังงาน ตามที่เคยออกตัวแรงตั้งแต่ต้องปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 มาแล้ว และดันให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ขึ้นแท่น รมต.อุตสาหกรรมเต็มตัว ให้ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงานไปเป็น รมช.คลัง สมใจนึกกันทุกฝ่าย ผลพลอยได้คือ รมช.แรงงาน ที่ว่างลง จะยกให้ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ ที่คั่วเอาไว้หลายคน อาทิ วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.กทม.เป็นต้น

สะท้อนให้เห็นการพัฒนาของการเมืองไทยที่ยังไปไม่ถึงไหน ระหว่างนักการเมืองเก่า กับนักการเมืองใหม่ ถ้ายังมีทัศนคติทางการเมืองที่ไม่ต่างกัน ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน มุ่งแต่อำนาจและผลประโยชน์ส่วนตัว.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 16, 2020 at 05:10AM
https://ift.tt/3klG6x8

เก้าอี้รัฐมนตรีสะท้อนถึงการพัฒนาการเมืองไทย - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

"วราวุธ" เอาจริง ส่งขยะคืนถึงบ้าน-แจ้งจับคนทิ้งในอุทยานฯ - ข่าวไทยพีบีเอส

gayakabar.blogspot.com

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. สั่งดำเนินคดีนักท่องเที่ยวทิ้งขยะบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมส่งขยะคืนเจ้าของถึงบ้าน ขอความร่วมมือท่องเที่ยวแบบ New Normal มีจิตสำนึกและช่วยกันรักษาความสะอาด

จากกรณีนักท่องเที่ยวโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความไม่พอใจนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่เข้าพักค้างคืนและกางเต็นท์บริเวณจุดผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่กลับทิ้งขยะจำนวนมาก ห่วงว่าสัตว์ป่าอาจกินขยะจนเจ็บป่วย หรือตาย

วันนี้ (15 ก.ย.2563) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก "TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา" ระบุว่า ขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ในอุทยานฯ ขณะนี้บรรจุลงกล่องพร้อมส่งคืนถึงบ้านเจ้าของขยะเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมย้ำว่าการทิ้งขยะไว้ในเขตอุทยานฯ เป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดังนี้

  • มาตรา 19 (2) ฐานทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 20 ฐานบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ประกอบระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ข้อ 5 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นหรือตนเอง หรือจะเป็นการรบกวนหรือเดือดร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์ หรือจะทำให้เสียหายแก่สภาพธรรมชาติหรือสิ่งอื่นใด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
มาช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้เป็น New Normal ท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อมกันนะครับ เพราะต่อจากนี้เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

Let's block ads! (Why?)


September 15, 2020 at 06:36PM
https://ift.tt/32zqAaN

"วราวุธ" เอาจริง ส่งขยะคืนถึงบ้าน-แจ้งจับคนทิ้งในอุทยานฯ - ข่าวไทยพีบีเอส
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Monday, September 14, 2020

เปิดมุมมอง "เนวิลล์" ถึงการคว้าแชมป์ลีกของ "แมนยูฯ" - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

เปิดมุมมองของ "แกรี เนวิลล์" กูรูลูกหนังคนดัง ถึงการคว้าแชมป์ลีกของอดีตสโมสรต้นสังกัดของเขาสมัยเป็นนักเตะอย่าง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ยอดทีมแดนผู้ดี

วันที่ 15 ก.ย. 63 เปิดมุมมองของ แกรี เนวิลล์ กูรูลูกหนังคนดัง ถึงการคว้าแชมป์ลีกของอดีตสโมสรต้นสังกัดของเขาสมัยเป็นนักเตะอย่าง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ภายใต้การนำทีม โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ จากการรายงาน เอ็กซ์เพรส (Express) สื่อชื่อดัง

ยอดทีมสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ สามารถจบอันดับ 3 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กระนั้นพวกเขายังมีคะแนนตามหลังทีมแชมป์อริตลอดกาลอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ด้วยระยะห่างถึง 33 คะแนนเลยทีเดียว

ล่าสุด แกรี เนวิลล์ ออกมากล่าวว่า "ผมบอกได้เลยว่าพวกเขา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) จะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง มันอาจจะไม่ใช่ซีซั่นนี้หรือซีซั่นหน้าหรอกนะ แน่นอนว่ามันจะเป็นเรื่องที่วิเศษมากๆ ที่ถึงตอนที่พวกเขาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง ยิ่งการที่คุณรอคอยมันนานเท่าไหร่ มันจะยิ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ในฐานะของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และคิดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ ใช่ เราอยากที่จะได้แชมป์ลีก แต่คุณต้องรู้ว่าตอนไหนมันจะเป็นช่วงเวลาของทีมคุณ ซึ่งตอนนี้มันยังไม่ใช่ หรือบางทีอาจจะเป็นตอนที่ เยอร์เกน คลอปป์ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ลาออกจากการคุมทีม ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผมหวังว่ามันจะเป็นในช่วง 2-3 ปีหลังจากนี้ ซึ่งนั่นมันจะเป็นโอกาส เพราะเขาคือ 2 ผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมและทำทีมได้ดีมากๆ นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่ทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ต้องคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ แต่สำหรับ เชลซี ก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน"

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 15, 2020 at 08:00AM
https://ift.tt/3bYPgfP

เปิดมุมมอง "เนวิลล์" ถึงการคว้าแชมป์ลีกของ "แมนยูฯ" - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

พบหลักฐาน ที่อาจบ่งชี้ถึง สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ - ประชาชาติธุรกิจ

gayakabar.blogspot.com
ภาพจาก Pixabay

ทีมนักดาราศาสตร์ ค้นพบ “ฟอสฟีน” หลักฐาน ที่อาจจะบ่งชี้ถึง “สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์”

วันที่ 14 กันยายน 2563 ที่เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า ทีมนักดาราศาสตร์นำโดย Jane Greaves จาก Cardiff University สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy

ทีมนักดาราศาสตร์ผู้ร่วมค้นพบฟอสฟีนบนดาวศุกร์
Jane Greaves, Helen Fraser, Annabel Cartwright, alma e Sousa-Silva, Sara Seager, Hideo Segawa, Emily Drabek-Maunder, Janusz Petkowski, Paul Rimmer, Zhuchang Zhan, William Bains, Ingo Mueller Wodarg, Sukrit Ranjan, Per Friberg, Anita Richards, Jim Hoge, E’Lisa Lee, Iain Coulson, David Clements.

ชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่แฝดกับโลก เนื่องจากมีทั้งขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด แม้ว่าดาวศุกร์จะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่าโลกเพียง 30% แต่สภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับทำให้ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่น และเก็บกักความร้อนไว้มหาศาลจนมีสภาวะอุณหภูมิพื้นผิวร้อนพอที่จะหลอมตะกั่วได้

นอกจากนี้ในชั้นบรรยากาศยังเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ครั้งหนึ่งดาวศุกร์อาจเคยมีมหาสมุทรและมีสภาพอากาศที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตมากกว่านี้ – ก่อนที่แก๊สเรือนกระจกจะทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับและกลายเป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนมากที่สุดในทุกวันนี้

แต่หากเราพิจารณาบนชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นไป เราจะพบว่าที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวดาวศุกร์นั้นกลับมีสภาพอากาศที่อ่อนโยน มีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส และอาจจะมีสภาพที่พอเหมาะกับสิ่งมีชีวิตได้ คาดการณ์กันว่าชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจจะมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

และยังคาดการณ์กันอีกว่าหากในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งนี่อาจเป็นคำอธิบายหนึ่งถึงตัวดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ที่จนทุกวันนี้เราก็ยังไม่ทราบคำตอบเป็นที่แน่ชัด

นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาองค์ประกอบของดาวที่อยู่ห่างออกไปได้อย่างไร?

ดาราศาสตร์นั้นเป็นศาสตร์ที่ศึกษาวัตถุที่เรายังไปไม่ถึง การจะศึกษาองค์ประกอบของวัตถุใดนั้นจึงทำโดยการศึกษาสเปกตรัมที่วัตถุนั้นปลดปล่อยออกมา โมเลกุลแต่ละโมเลกุลนั้น จะมีการดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เช่น แสง) ออกมาในช่วงคลื่นที่สอดคล้องกับระดับพลังงานของโมเลกุลนั้น ซึ่งระดับพลังงานเหล่านี้นั้นจะมีลักษณะเฉพาะ ขึ้นอยู่กับธาตุที่ประกอบขึ้นเป็นโมเลกุลนั้นๆ

ดังนั้น หากเราสามารถสังเกตสเปกตรัมในการดูดกลืนของวัตถุที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งมีลักษณะ และรูปแบบช่วงการดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สอดคล้องกับโมเลกุลของสารที่เราสามารถวัดได้ในห้องทดลองบนโลก จึงเท่ากับเราสามารถยืนยันได้ว่าโมเลกุลชนิดเดียวกันนี้จะต้องมีอยู่บนดาวดวงที่เราทำการศึกษาอยู่ ในลักษณะเดียวกันนี้

หากเราพบการดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตรงกับโมเลกุลของฟอสฟีนจากสเปกตรัมที่ได้มาจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ จึงเท่ากับเป็นการยืนยันว่าในชั้นบรรยากาศนั้นมีโมเลกุลของฟอสฟีนอยู่

ภาพแสดงการตรวจพบฟอสฟีนโดยกล้องโทรทรรศน์ JCMT (เส้นสีขาว) และกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA (เส้นสีส้ม)
ภาพแสดงการตรวจพบฟอสฟีนโดยกล้องโทรทรรศน์ JCMT (เส้นสีขาว) และกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA (เส้นสีส้ม : Joanna Pętkowska, PhD

อย่างไรก็ตาม เส้นสเปกตรัมที่เกิดขึ้นในโมเลกุลของฟอสฟีนนั้นอยู่ในช่วงความยาวคลื่นประมาณ 1 มิลลิเมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นช่วงคลื่นที่อยู่ในช่วงอินฟราเรดที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้ว ยังเป็นช่วงคลื่นที่สามารถถูกดูดกลืนได้ง่ายโดยความชื้นในชั้นบรรยากาศของโลก การจะศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ในช่วงคลื่นนี้จึงสามารถทำได้เพียงจากหอสังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงและแห้งแล้ง ปราศจากซึ่งไอน้ำในชั้นบรรยากาศ

ซึ่งทางทีมงานได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของฟอสฟีนบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ขึ้นเป็นครั้งแรกผ่านทางกล้องโทรทรรศน์ James Clerk Maxwell Telescope (JCMT) บนยอดเขาโมนาเคอา ในหมู่เกาะฮาวาย จึงได้ศึกษาซ้ำโดยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ 45 ตัวของ Atacama Large Millimeter/submillimeter Array (ALMA) ในทะเลทรายของประเทศชิลี และได้ยืนยันการค้นพบการดูดกลืนในช่วงคลื่นที่ตรงกับโมเลกุลของฟอสฟีน เหนือความร้อนระอุจากพื้นผิวดาวศุกร์ที่อยู่เบื้องล่าง จึงเท่ากับเป็นการยืนยันการมีอยู่ของฟอสฟีนในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

กล้องโทรทรรศน์ JCMT (James Clerk Maxwell Telescope) บนยอดเขาโมนาเคอา รัฐฮาวาย
กล้องโทรทรรศน์ JCMT (James Clerk Maxwell Telescope) บนยอดเขาโมนาเคอา รัฐฮาวาย : Tom Kerr, UKIRT

ฟอสฟีนคืออะไร สำคัญอย่างไร?

ฟอสฟีน (Phosphine) เป็นโมเลกุลที่เป็นสารประกอบระหว่างธาตุฟอสฟอรัสและไฮโดรเจน มีสูตรทางเคมี PH3 คล้ายกับโมเลกุลของแอมโมเนียที่ถูกแทนที่ด้วยฟอสฟอรัส บนโลกนั้นฟอสฟีนมีสถานะเป็นแก๊สที่ไม่มีสี ไวไฟ และเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การค้นพบฟอสฟีนบนดาวดวงอื่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนั้น เนื่องจากบนโลกนั้นฟอสฟีนมีแหล่งกำเนิดเพียงแค่สองแหล่ง คือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรม หรือเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากออกซิเจน

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าบนโลกนั้นแหล่งกำเนิดหลักของฟอสฟีนเกิดขึ้นจากปฏิกิริยารีดักชันของสารประกอบพวกฟอสเฟต แต่ไม่มีสภาพแวดล้อมใดบนโลกที่สามารถผลิตตัวรีดิวซ์ที่มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยารีดักชันที่ผลิตฟอสฟีนได้อีกเลยนอกไปจากตัวรีดิวซ์ที่พบในสิ่งมีชีวิต

นอกจากนี้ฟอสฟีนยังสามารถทำปฏิกิริยากับสารประกอบอื่นได้ง่าย การที่จะพบฟอสฟีนอยู่ในชั้นบรรยากาศได้จึงจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งที่ผลิตฟอสฟีนมาชดเชยอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งคำถามแรกที่นักดาราศาสตร์จะต้องตอบให้ได้เสียก่อน ก็คือ มีกลวิธีใดอีกไหมบนดาวศุกร์ ที่อาจจะทำให้เกิดโมเลกุลของฟอสฟีนได้ ทีมนักวิจัยที่นำโดย William Bains จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) จึงลองทำการประเมินกลไกตามธรรมชาติที่อาจจะผลิตฟอสฟีนได้บนดาวศุกร์ ตั้งแต่ แสงแดด แร่ธาตุทื่ถูกพัดขึ้นมาจากพื้นผิวเบื้องล่าง ภูเขาไฟระเบิด ฟ้าผ่า ฯลฯ

แต่ไม่ว่าจะลองพิจารณาเช่นไร การคำนวณก็พบว่าแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติเหล่านี้ไม่สามารถที่จะผลิตแม้กระทั่งปริมาณฟอสฟีนหนึ่งในหมื่นของที่ตรวจพบโดยกล้องโทรทรรศน์ แต่ในทางตรงกันข้าม หากทีมลองพิจารณาถึงแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตแล้ว กลับพบว่าหากสิ่งมีชีวิตทำงานแค่เพียง 10% ของขีดจำกัดสูงสุด ก็จะสามารถผลิตฟอสฟีนเพียงพอที่จะอธิบายปริมาณที่ตรวจพบบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ได้แล้ว

การค้นพบฟอสฟีนในปริมาณที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยกลไกตามธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง และทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาทฤษฎีการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้ยังห่างไกลจากการยืนยันถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตพอสมควร แม้ว่าในปัจจุบัน ทฤษฎีที่บ่งชี้ว่าฟอสฟีนในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตจะเป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงปริมาณฟอสฟีนที่พบได้ดีที่สุด

แต่การจะยืนยันว่าดาวศุกร์นั้นมีสิ่งมีชีวิตยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลอีกมาก แม้ว่าชั้นบรรยากาศตอนบนของดาวศุกร์อาจจะมีอุณหภูมิเพียง 30 องศา แต่ชั้นบรรยากาศในบริเวณนี้นั้นก็ยังเต็มไปด้วยกรดกำมะถันกว่า 90% ซึ่งเรายังไม่พบว่ามีสิ่งมีชีวิตใดบนโลกที่สามารถอยู่รอดในสภาวะเช่นนั้นได้ หากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์มีสิ่งมีชีวิตจริง ก็เป็นไปได้ว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์นั้นอาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับสิ่งมีชีวิตใดๆ บนโลกที่เรารู้จัก

และแน่นอนว่าก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าฟอสฟีนที่พบนั้นอาจจะเป็นเพียงผลผลิตจากปฏิกิริยาเคมีแบบใหม่ที่เรายังไม่รู้จัก แต่นั่นก็เท่ากับเป็นการบ่งชี้ว่าความเข้าใจทางด้านเคมีที่มนุษย์เรามีนั้นยังไม่สมบูรณ์ และยังมีปฏิกิริยาแปลกประหลาดบางอย่างซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เพียงเฉพาะในสภาพแวดล้อมอันแปลกประหลาดบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์

ซึ่งหากเราพิจารณาว่าสิ่งที่เรารู้จักกันว่าเป็น “สิ่งมีชีวิต” บนโลกของเรา แท้จริงแล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับปฏิกิริยาทางเคมีอันซับซ้อนและแปลกประหลาดเหนือสิ่งอื่นใดในธรรมชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งการค้นพบแหล่งที่มาของฟอสฟีนบนดาวศุกร์ในอนาคตอาจจะทำให้เราต้องมาพิจารณานิยามของสิ่งที่เราเรียกว่า “สิ่งมีชีวิต” ขึ้นเสียใหม่ก็เป็นได้ และไม่ว่าเราจะพบสิ่งมีชีวิตบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์หรือไม่ การค้นพบนี้ย่อมเท่ากับเป็นการเปิดความเป็นไปได้ใหม่ในการหาสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวไปโดยปริยาย

แน่นอนว่า การศึกษาในอนาคตจะช่วยตอบคำถามเหล่านี้ให้กับเราได้ ในอนาคตอันใกล้ทีมนักวิจัยนี้จะทำการศึกษาต่อ เพื่อค้นหาว่าฟอสฟีนจะมีอยู่ในบริเวณอื่นบนเมฆของดาวศุกร์หรือไม่ และจะมีโมเลกุลอื่นใดอีกหรือไม่ ที่จะช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ได้

ทั้งนี้ กล้องโทรทรรศน์ JCMT ที่ได้ค้นพบฟอสฟีนบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์เป็นครั้งแรกนี้ เป็นหอดูดาวที่บริหารโดยเครือข่าย “หอดูดาวในเอเชียตะวันออก” หรือ East Asian Observatory (EAO) ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมลงอนุสัญญานามเป็นสมาชิกร่วมอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ที่ตรวจพบฟอสฟีน จะถูกปลดประจำการและแทนที่ด้วยอุปกรณ์ที่ดีกว่าเดิมไปแล้ว แต่ใครจะไปรู้ ในอนาคตอันใกล้นี้ การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ถัดไปที่เกิดขึ้นบนหอดูดาวเช่น JCMT นี้ อาจจะมีชื่อของน้องๆ คนไทยที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็ได้

ข้อมูล : ดร. มติพล ตั้งมติธรรม – ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม:
[1] https://www.nature.com/articles/s41550-020-1174-4
[2] https://agupubs.onlinelibrary.wiley.com/…/10.1…/2017JE005406
[3] https://www.facebook.com/…/pb.14830002856…/3492242087506047/
[4] https://www.eaobservatory.org/east-asia-obser…/eao-divisions

ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

Let's block ads! (Why?)


September 15, 2020 at 06:05AM
https://ift.tt/2DYKxya

พบหลักฐาน ที่อาจบ่งชี้ถึง สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์ - ประชาชาติธุรกิจ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Sunday, September 13, 2020

ถึงมือ...พี่ศรี - ไทยรัฐ

gayakabar.blogspot.com

นานๆทีเรื่องในแวดวงกีฬาจะได้รับเกียรติในการร้องเรียนจาก “นักร้อง” มืออาชีพ จึงเป็นกรณีที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อ “พี่ศรี” ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จับเอาเรื่องของการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติมาเป็นประเด็น

โดยยกเหตุที่มีคณะผู้บริหารทั้งส่วนกลาง วิทยาเขต และโรงเรียนกีฬา สังกัดมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ รวมกลุ่มกันไปยื่นหนังสือต่อ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสอบถามและคัดค้านรายชื่อบุคคลที่ผ่านการสรรหาตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน

ซึ่ง “พี่ศรี” ตั้งข้อสังเกตว่า การแสดงออกของกลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจมีเบื้องหลังหลายประการ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาฯได้ดำเนินการตามมาตรา 93 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 2562 และตามประกาศคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีฯ อย่างถูกต้องแล้ว และคณะกรรมการยังไม่มีการแจ้งรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี คณะผู้ร้องเรียนจะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร ยังอยู่ในชั้นความลับ การเปิดรายชื่อ 3 รายของผู้ร้องเรียน ไม่ทราบว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเท็จ และสามารถอ้างอิงแหล่งข้อมูลได้หรือไม่

นอกจากนี้ยังมีประเด็นปลีกย่อยถึงวันเวลาที่ไปยื่นเรื่อง มีการขออนุมัติเดินทางไปราชการอีกจังหวัดหนึ่งด้วย แต่กลับมายื่นเรื่องที่กระทรวง โดยระบุว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 14 ก.ย. เพื่อขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย และเร่งให้ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ เสนอชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาให้สภามหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติมีมติต่อไป

มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากราชกิจจานุเบกษาออกประกาศ เมื่อ 22 พ.ค.2562 ให้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.2562 เป็นต้นไป จริงๆแล้วก็มีพัฒนาการมาจากวิทยาลัยพลศึกษา และสถาบันการพลศึกษามาตามลำดับ

การที่ประเทศไทยจะมีมหาวิทยาลัยด้านกีฬาเป็นการเฉพาะนั้น มองเผินๆก็ถือเป็นเรื่องดี สะท้อนถึงการพัฒนาและยกระดับด้านกีฬาของชาติ ที่ผ่านมา ในช่วงของรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนั้น โดยมี สปช.ด้านกีฬา เข้ามาศึกษาดูแล ก็เคยยกเอาการก่อเกิดมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติเป็นผลงานด้านกีฬาอย่างเต็มภาคภูมิ

แต่เมื่อกำเนิดขึ้นจริงๆแล้ว ความเปลี่ยนแปลง การยกระดับ พัฒนาคนกีฬา และวงการกีฬาในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ จะเป็นประโยชน์และเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

หรือเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสถานะ ปรับองค์กร ยกระดับตำแหน่งเฉพาะบุคคล และได้งบฯมากขึ้น ก็ยังเป็นสิ่งที่คาใจและข้องใจในวงการกีฬา!

ภาพของการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง วางโครงสร้าง จัดองค์กร เพื่อให้ระบบการศึกษาด้านกีฬา การพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาที่มีประสิทธิภาพ การต่อยอดกีฬาในเชิงอาชีพ ธุรกิจ และการผลิต การก่อเกิดของวิทยาการกีฬาใหม่ๆ ในมิติต่างๆ เพื่อผลักดันและยกระดับให้กีฬาไทยทัดเทียมกับประเทศชั้นนำด้านกีฬา แทบไม่ปรากฏต่อสังคม

มีแต่ภาพของการเกาะกลุ่ม แตะมือปกป้องผล แย่งชิง ซึ่งก็ล้วนเป็นคนเดิมๆที่เวียนว่ายอยู่ในวังวนนี้ทั้งสิ้น

เมื่อถึงมือพี่ศรีแล้ว หวังว่าจะตามติด และไม่เงียบ รอดูว่าจะลุกลามไปถึงไหน...

“เบี้ยหงาย”

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


September 14, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/2Fw0igw

ถึงมือ...พี่ศรี - ไทยรัฐ
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

Friday, September 11, 2020

เหตุใดร่างกฎหมายการค้าภายในกับไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษถึงทำให้ข้อตกลงการค้ากับอียูต้องสะดุด - บีบีซีไทย

gayakabar.blogspot.com

Boris Johnson

ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการหลังเป็นสมาชิกมา 47 ปี

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเจรจาอันชวนปวดหัวถึงความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างสองฝ่ายจะจบลงไปด้วย

ตอนนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2020 คือ "ช่วงเปลี่ยนผ่าน" (transition period) สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีสหราชอาณาจักร-อียู หากสหราชอาณาจักรยังคงต้องการทำการค้ากับอียูต่อไปโดยไร้ภาษีศุลกากร, โควตา หรืออุปสรรคทางการค้าอื่น ๆ หลังผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้าเสรีจะไม่ขจัดการตรวจสอบด้านศุลกากรระหว่างอียูกับสหราชอาณาจักรออกไป ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือในเรื่องนี้

ปัญหาใหม่

a pro-remain protester holds up an EU flag with one of the stars symbolically cut out in front of the Houses of Parliament,

แต่แล้วการเจรจาข้อตกลงการค้าที่ว่าก็ต้องมาสะดุดหลังรัฐบาลสหราชอาณาจักรเสนอร่างกฎหมายการค้าภายใน (Internal Market Bill) เมื่อกลางสัปดาห์ ว่าด้วยระเบียบการเกี่ยวกับไอร์แลนด์เหนือในข้อตกลงถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Withdrawal Agreement)

ร่างกฎหมายนี้เสนอให้ไม่มีด่านตรวจสอบสินค้าที่จะเคลื่อนย้ายจากไอร์แลนด์เหนือเข้าสู่สหราชอาณาจักร และจะให้อำนาจรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่จะ "ปรับเปลี่ยน" หรือ "ไม่บังคับใช้" กฎที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้าซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปนั่นเอง

สหภาพยุโรปบอกว่า นี่เป็นการ "ทำลายความเชื่อมั่นอย่างร้ายแรง" ในเมื่อร่างกฎหมายนี้เป็นการแก้ข้อตกลงถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Withdrawal Agreement) บางส่วน ที่ลงนามกันไปแล้วเมื่อเดือน ม.ค. เป็น

ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักรอ้างว่ารัฐสภามีอำนาจสูงสุดและสามารถผ่านกฎหมายที่ฝ่าฝืนข้อตกลงนานาชาติได้ ทำให้สหภาพยุโรปขู่ว่าจะอาจดำเนินคดีกับสหราชอาณาจักรได้หากพวกเขาไม่ถอยภายในสิ้นเดือน

แต่ล่าสุด รัฐบาลสหราชอาณาจักรก็ยังปฏิเสธโดยบอกว่าต้องทำเพื่อรักษาไว้ซึ่งการยึดต่อหลักการของสหราชอาณาจักรและกระบวนการเพื่อสันติภาพในไอร์แลนด์เหนือ

วันที่ 14 ก.ย. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรจะอภิปรายถึงร่างกฎหมายการค้าภายในนี้อย่างเป็นทางการในสภาเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ดี มีความเป็นได้ที่การออกกฎหมายนี้จะถูกขัดขวางโดยสภาขุนนาง หรือไม่ก็ก่อนหน้านั้น โดย ส.ส. พรคคคอนเซอร์เวทีฟเองที่ไม่เห็นด้วย

เสียชื่อเสียง

ลอรา คูนเบิร์ก ผู้สื่อข่าวสายการเมืองของบีบีซี บอกว่า แถลงการณ์ของอียูมีน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในบริบทเดียวกัน

นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า "เราจะไม่ให้พวกเขา[สหราชอาณาจักร]ได้สมปรารถนา เราปฏิเสธที่จะถูกล่อหลอกให้ทำตาม"

แอนเดรียส มิเคลลิส เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำสหราชอาณาจักรบอกว่า ไม่เคยพบเห็นกระบวนการเจรจาระดับนานาชาติที่แย่ลงอย่างเร็วและร้ายแรงขนาดนี้มาก่อนตลอดอาชีพการเป็นนักการทูตของเขา

ข้าม Twitter โพสต์ , 1

สิ้นสุด Twitter โพสต์, 1

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าหากรัฐบาลสหราชอาณาจักรดึงดันจะผ่านกฎหมายนี้ สหราชอาณาจักรจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในเรื่องหลักนิติธรรม เพราะฝ่ายรัฐบาลยอมรับเองว่าการกระทำดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายนานาชาติ

อย่างไรก็ดี นายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า รัฐบาลจะไม่ยอมถอย โดยสัญญาที่จะสู้เพื่อ "การเข้าถึงสินค้าจากไอร์แลนด์เหนือไปสู่ที่ต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักรอย่างไร้ข้อจำกัด"

โปรดเปิดการใช้งาน JavaScript หรือบราวเซอร์ต่างออกไป เพื่ดูเนื้อหานี้

ข้อตกลงการค้าสำคัญอย่างไร

ในปี 2018 การค้าของสหราชอาณาจักร (สินค้าและบริการ) มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.3 ล้านล้านปอนด์ ซึ่งในจำนวนนี้ 49% เป็นการค้ากับอียู

ช่วงการเปลี่ยนผ่านยังเป็นโอกาสที่สหราชอาณาจักรจะได้เปิดการเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการกับประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จลุล่วงทันเวลา ข้อตกลงการค้าเหล่านี้ก็จะมีผลบังคับใช้เมื่อช่วงการเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลง

ความขัดแย้งล่าสุดทำให้เกิดความไม่แน่นอนแล้วว่าสหราชอาณาจักรจะเจรจาการค้ากับอียูให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ต.ค. ตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นกำหนดวันประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรป

เมื่อถึงวันที่ 31 ธ.ค. หากสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงการค้า ก็จะเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบใหม่กันในเดือน ม.ค. แต่หากว่าตกลงกันไม่ได้ สหราชอาณาจักรก็จะออกจากช่วงเปลี่ยนผ่านโดยไร้ข้อตกลงทางการค้า

นี่หมายความว่า สหราชอาณาจักรจะต้องทำการค้ากับอียูภายใต้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะทำให้สินค้าส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักรจะต้องถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรจนกว่าจะมีการนำข้อตกลงการค้าเสรีมาใช้

ปัญหาอื่น

Britain, Europe and exit text with flag on wooden signpost outdoors in nature, emergency sign to symbolise Brexit

นอกจากเรื่องการค้า อียูและสหราชอาณาจักรยังต้องตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ ในอนคตด้วย เช่น

  • การบังคับใช้กฎหมาย การแบ่งปันข้อมูล และความร่วมมือด้านความมั่นคง
  • มาตรฐานและความปลอดภัยด้านการบิน
  • การเข้าใช้น่านน้ำเพื่อการประมง
  • การจัดหาไฟฟ้าและก๊าซ
  • การออกใบอนุญาตและระเบียบข้อบังคับทางการแพทย์

สหราชอาณาจักรจะต้องกำหนดและจัดเตรียมระบบใหม่หลายอย่าง เช่น วิธีจัดการคนเข้าเมืองเมื่อเสรีภาพในการเดินทางระหว่างสองฝ่ายสิ้นสุดลง

Let's block ads! (Why?)


September 12, 2020 at 12:48PM
https://ift.tt/2FzahBy

เหตุใดร่างกฎหมายการค้าภายในกับไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษถึงทำให้ข้อตกลงการค้ากับอียูต้องสะดุด - บีบีซีไทย
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog