Pages

Saturday, July 18, 2020

ถึงกับอึ้ง!!! 'ทอน'ขอบคุณ 2 หนุ่มชูป้ายระยอง อ้าง'ไม่ใช่คำหยาบ'แต่คือความกล้าหาญ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

gayakabar.blogspot.com

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.11 น.

“ทอน”ถือหาง 2 หนุ่มชูป้ายระยองไม่ใช่คำหยาบ แต่เป็นความกล้าหาญ ที่พูดแทนคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ จำเป็นต้องขอบคุณ ปัดอยู่เบื้องหลังชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือสนท. และเยาวชนในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free YOUTH นัดรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในรูปแบบแฟลชม็อบ เพื่อแสดงออกแนวคิดทางการเมือง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันนี้(18 ก.ค.) ตนเองจะเดินทางไปร่วมให้กำลังใจหรือไม่นั้น อยากบอกว่าขนาดตัวเองไม่ได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ชักใยและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ทำกิจกรรมไปด้วยเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของพวกเขา

"พวกเราไม่ได้มีส่วนเข้าไปร่วมในการตัดสินใจจึงจะไม่ได้ไปยังสถานที่การจัดชุมนุม เพราะเกรงจะถูกข้อกล่าวหาว่าทำการชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ขอส่งกำลังใจให้กลุ่มนักศึกษาและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ต้องการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยให้กลับคืนสู่ประเทศไทย ขอให้กำลังใจทุกคนในการต่อสู้กับเผด็จการและอยากเชิญประชาชนทุกคนที่ได้ยินเสียงของผมให้สนับสนุนนักศึกษากลุ่มนี้ด้วย ให้ช่วยกันไปร่วมชุมนุมในครั้งนี้เพื่อแสดงเสียงของประชาชนว่าเราไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และเราต้องการให้ประเทศเดินกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย"นายธนาธร กล่าว

เมื่อถามถึงการแสดงออกของประชาชนซึ่งชูป้ายขับไล่นายกรัฐมนตรีที่จังหวัดระยองนั้น นายธนาธร กล่าวว่า  การแสดงออกและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในหลายประเทศเมื่อเกิดการไม่พอใจผู้นำก็มีการแสดงออกในลักษณะที่รุนแรงมากกว่านี้ จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องของการใช้คำหยาบหรือไม่ใช้คำหยาบ แต่เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญที่จะท้าทายกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม โดยในเวลานี้ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลก็ถูกคุกคาม ถูกยัดข้อหาทางคดี ซึ่งเป็นสิ่งที่คนธรรมดาหวาดกลัว เราจึงจำเป็นต้องปกป้องกันและกันและขอบคุณคนที่กล้าหาญที่ออกมาพูดในสิ่งที่คนทั่วไปไม่กล้าพูด

"เขาพูดแทนคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราจึงจำเป็นต้องขอบคุณ โดยในวันที่ทั้งสองคนเดินทางไปที่รัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมเองได้มีโอกาสพบกับทั้งสองคนขณะที่เดินออกจากเข้าประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อไปเข้าห้องน้ำจึงได้ทักทายกัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ขอยืนยันว่าทั้งสองคนทำไปด้วยเจตจำนงค์ที่แน่วแน่ของพวกเขาเองเราไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ"นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวต่อถึงรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจในรัฐบาล หากนายกรัฐมนตรีมีการปรับคณะรัฐมนตรี ว่าไม่สำคัญว่ารายชื่อของทีมเศรษฐกิจจะเป็นใคร ตราบใดที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังเป็นคนเดิมอยู่ หากเปลี่ยนคนทำงานแต่หัวหน้าไม่เปลี่ยนก็ไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนเองได้ติดตามการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณ ปี 2564 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณารวมมูลค่า 3.3 ล้านล้านบาท ก็เห็นว่ามีการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนและไม่สามารถพาประเทศไทยไปต่อสู้กับโลกาภิวัตน์ได้ ดังนั้น หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับหัวก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณที่นำไปสู่ความเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

ส่วนการประกาศรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ จำนวน 13 ด้าน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นายธนาธร กล่าวว่าทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ต่างเป็นองค์กรที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าจะมีการปฏิรูปและจัดทำยุทธศาสตร์ของประเทศในระยะยาว แต่ในความเป็นจริงหากไปดูการใช้งบประมาณในปี 2563 ถึง 2564 ก็จะพบว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ตนเองจึงไม่เชื่อและไม่มีความศรัทธาในองค์กรเหล่านี้ว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศที่แท้จริงได้ซึ่งเห็นได้ชัดจากบุคคลที่อยู่ในรายชื่อคณะกรรมการหลายคนก็เป็นคนที่สนับสนุนการทำรัฐประหาร ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. จึงเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เจตนาของการปฏิรูป แต่เป็นการตบรางวัลให้กับคนที่ช่วยสนับสนุนคสช และสนับสนุนการทำรัฐประหารมากกว่า จึงไม่ต้องสงสัยว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะไม่มีบทบาทในการพาประเทศไทยไปข้างหน้า

Let's block ads! (Why?)


July 18, 2020 at 04:11PM
https://ift.tt/2Cn2CVO

ถึงกับอึ้ง!!! 'ทอน'ขอบคุณ 2 หนุ่มชูป้ายระยอง อ้าง'ไม่ใช่คำหยาบ'แต่คือความกล้าหาญ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://ift.tt/2zlCrwM
Home To Blog

No comments:

Post a Comment